23 วิธีประหยัดค่าอาหาร กินข้าวนอกบ้าน / ในบ้านอย่างไรอย่างไรให้ประหยัดสุดๆ

ในแต่ละเดือนที่เราใช้ชีวิตประจำวันของเราไป เคยสำรวจหรือไม่ว่าเราหมดเงินไปกับค่าอาหารกันเดือนละเท่าไหร่ มีผลสำรวจออกมาว่า เดือนๆ หนึ่ง คนเราใช้เงินกับการกินข้าวไปถึง 5,000 – 7,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรนะจะกินแพงกว่านี้ ถูกกว่านี้ก็ทำได้

แต่หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องควบคุมการเงินของคุณ ต้องประหยัดเงินเพื่อไปใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ แทน การประหยัดค่าอาหาร ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้คุณประหยัดและได้เงินกลับคืนมาใช้มากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายอาหารได้อย่างไรบ้าง เพราะการกินข้าวลดได้ แต่อดไม่ได้

วิธีประหยัดค่าอาหาร

 

มีอะไรบ้างในโพสต์นี้

1. มองหาส่วนลดทุกครั้ง เมื่อทานอาหาร

สำหรับประเด็นแรกที่เราอยากแนะนำคือให้คุณมองหาส่วนลดทุกครั้ง เมื่อทานอาหาร ไม่ว่าจะกินข้าวนอกบ้าน หรือในบ้าน เรามักจะมีส่วนลดดีๆซ่อนอยู่เสมอ การมองหาส่วนลดไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนงกแต่อย่างใด แต่การมองหาส่วนลดคือการฉลาดเลือกมากกว่า

2. ใช้หลายแอพ ก็หาส่วนลดได้มากกว่า

แอพสั่งอาหาร

สำหรับสายเดลิเวรี่ สั่งอาหารมาทานที่บ้าน ที่ปัจจุบันมีแอพสั่งอาหารมากมาย Line Man, Grab Food, Robin Hood, Food Panda รู้หรือไม่ว่าบางครั้งต่อให้คุณอยากสั่งอาหารจากร้านเดียวกัน แต่แค่สลับแอพ ค่าขนส่ง หรือค่าอาหารก็ลดลงแล้ว เพราะแต่ละเจ้าก็มีวิธีคิดราคาต่างกัน

รวมไปถึงเวลาที่สั่งอาหารก็มีผลอีกด้วย หากคุณสั่งในช่วงกลางวัน หรือช่วงเย็น ที่คนทานอาหารเยอะๆ ก็มีสิทธิ์ที่ราคาขนส่งจะแพงขึ้น

วิธีใช้หลายแอพนี้ประหยัดเงินได้ประมาณ 5 – 10%

3. คูปองส่วนลด จากดีลร้านค้าต่างๆ

ดีลส่วนลด ร้านอาหาร

สำหรับสายทานอาหารนอกบ้าน คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อเว็บดังต่อไปนี้

  • Klook เว็บขายดีลกิจกรรมท่องเที่ยว ประสบการณ์ต่างๆ และอาหาร
  • Eatigo แอพจองร้านอาหารพร้อมส่วนลดอันดับ 1 ในกรุงเทพ
  • Hungry Hub จองดีลร้านอาหารต่างๆ จองโรงแรม
  • Wongnai Deals รวมดีลร้านอาหารจากวงใน

นี่เป็นเว็บส่วนหนึ่งที่เคยได้ยิน แต่เว็บเหล่านี้ถือเป็นแหล่งที่คุณจะสามารถหาดีลร้านอาหารดีๆ หรูๆ สำหรับมื้อพิเศษนอกบ้านของคุณได้ โดยเฉพาะหากคุณชอบกินบุฟเฟต์โรงแรม คุณสามารถหาดีลที่ลดราคาบุฟเฟต์ได้ถึงครึ่งราคาอีกด้วย หากราคาเต็ม 888 ราคาในเว็บดีลพวกนี้อาจจะเหลือแค่ 444 บาทด้วยซ้ำ!

วิธีหาคูปองส่วนลด จะช่วยคุณประหยัดเงินสำหรับมื้อพิเศษของคุณได้ถึง 20 – 50%

4. สอบถามโปรโมชั่นกับทางร้านอาหาร ก่อนทุกครั้ง

ก่อนที่คุณจะเดินเข้าร้านอาหารทุกครั้ง ให้สอบถามกับทางพนักงานเลยว่า มีโปรโมชั่นหรือเปล่า ซึ่งมักจะเป็นคำที่เราใช้บ่อยเวลาออกไปดื่มเบียร์ แต่คุณสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทานอาหารในทุกมื้อได้ บางโปรโมชั่นอาจต้องการบัตรเครดิต หรือเป็นสมาชิกของค่ายโทรศัพท์ใดโทรศัพท์หนึ่งถึงจะได้ส่วนลด ก็ลองพิจารณาตัดสินใจดู

5. ดูเมนูอาหารและราคาให้ครบทุกหน้า

เช็คเมนูอาหาร

สำหรับสายกินข้าวนอกบ้าน เวลาดูเมนูอาหารอย่าลืม! ดูให้ครบทุกหน้า และพิจารณาว่าเมนูไหนเหมาะสมกับเราในตอนที่เราอยากประหยัดตังค์ แม้แต่ร้านอาหารดีๆ ก็มีเมนูราคาประหยัดให้เลือกทานได้เสมอ

6. ทานอาหารกับกลุ่มคนที่ศีลเสมอกัน

ทานอาหารกับเพื่อน

ในช่วงเวลาที่ต้องประหยัดเงินนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคบเฉพาะกลุ่มเพื่อนที่เข้าใจเราว่าเรากำลังประหยัดเงินอยู่ ควรพูดตรงๆ กับเพื่อนที่สนิทและเข้าใจ บางครั้งในเชิงจิตวิทยาหากเราทานอาหารกับคนที่รวยกว่าเรา แล้วเขาไม่เลี้ยง ก็อาจทำให้เราต้องเสียเงินเยอะกว่าที่คิดได้ 

7. ทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ 5 – 6 คนขึ้นไป

แชร์อาหารกับเพื่อน

มนุษย์หลีกเลี่ยงการสังสรรค์ไม่ได้ และวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ประหยัดค่าอาหารมื้อใหญ่ได้ คือการทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ คุณสามารถกินรวมกันได้ถึง 1,200 บาท ในราคาคนละ 200 เท่านั้น หากไปกับเพื่อน 6 คน ประหยัดแล้วได้กินอาหารหลากหลายกว่าทานคนเดียวอีกด้วย

8. ตั้งงบประมาณ และจดบันทึกทุกมื้ออาหาร

บางทีต่อให้เราพยายามหาส่วนลดแทบตาย แต่หากไม่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ ก็อาจจะทำให้เผลอใช้จ่ายเกินตัวได้ ที่สำคัญต้องจดบันทึกรายรับรายจ่าย ด้านอาหารไว้ให้สม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่ใช้งบเกินตัว

9. กำหนดเงินต่อวัน

ตั้งงบประมาณ

สมมติว่าทั้งเดือนเราจะใช้เงินค่าอาหารไม่เกิน 3,000 บาท เราจะมีเงินค่าอาหารให้ใช้ต่อวัน วันละ 100 บาท พอเห็นงบแบบนี้คุณอาจจะรู้สึกว่าโห จะไปกินอะไรได้เนี่ย แต่เดี๋ยวเราจะนำเสนอเมนูอาหารราคาประหยัดให้ในลำดับถัดไปนะ แต่การกำหนดเงินต่อวันจะช่วยคุณประหยัดได้จริงๆ

คิดถึงตอนเป็นเด็ก ที่พ่อแม่จะให้เงินค่าขนมเราในปริมาณที่จำกัด พอเงินมันน้อย เราจะหาทางเอาตัวรอดของเราได้เอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เอาตัวรอดเก่งอยู่แล้ว

10. แบ่งมื้ออาหาร ไม่ต้องกินนอกบ้านตลอดทุกวันก็ได้

กินข้าวที่บ้าน

หลังจากกำหนดงบ เราก็อาจจะต้องมาแบ่งดูว่าหนึ่งวันจะกินนอกบ้านได้กี่มื้อ หากเราตั้งงบไว้ที่ 100 บาท นี่ก็ต้องบอกเลยว่าในหนึ่งวันอาจจะกินนอกบ้านได้แค่มื้อตามสั่งเท่านั้น และอาจจำเป็นต้องงดเครื่องดื่มต่างๆ ไปเลย บางทีเครื่องดื่มนี่แหละก็เป็นตัวการการเสียเงินของเรา

หรือหากคุณอยากประหยัดสุดๆ ไปเลย ก็จะบอกว่าบางครั้งร้านตามสั่งในไทย ก็ชอบทำอาหารที่ทานเกินอิ่มในหนึ่งมื้อ คุณสามารถแบ่งกินเป็นสองมื้อก็ได้ แต่วิธีนี้ก็ดูจะโหดหินเกินไปเช่นกัน แต่ผู้เขียนเคยทำนะ เพราะว่ากินไม่หมดจริงๆ สรุปประหยัดเงินได้เฉยเลย

11. มองหาแหล่งอาหาร ราคาประหยัด

เอาหล่ะ สำคัญสุดเลย เราจำเป็นต้องรู้ว่าจะหาอาหารทานในราคาถูกได้จากที่ไหนบ้าง เพื่อที่เราจะได้กินอาหารดีๆ ราคาถูก

12. รวมเมนูอาหารราคาประหยัด

นี่เป็นเมนูอาหารราคาประหยัด ที่คุณอาจหาได้จากร้านข้าวแกง หรือร้านตามสั่ง

เมนูอาหารราคาประหยัดราคา
ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียว5 - 10 บาท
น้ำพริกต่าง ๆ (ผักฟรี)10 - 20 บาท
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง20 - 30 บาท
ข้าวเหนียวหมูกระจก20 - 30 บาท
ข้าวเหนียวไก่ทอด ไก่ย่าง20 - 30 บาท
ลูกชิ้นต่างๆ ไม้ละ5 - 10 บาท
ข้าวแกง20 - 40 บาท
อาหารตามสั่ง30 - 50 บาท
ก๋วยเตี๋ยว30 - 50 บาท
ส้มตำ30 บาท

เมนูเหล่านี้สามารถหาได้จากรถเข็นริมทาง ร้านอาหารใกล้บ้าน หลายๆคนบอกว่า โอย ราคานี้ไม่มีหรอก ก็ต้องขอบอกว่าไม่จริง ผู้เขียนอยู่ในกรุงเทพใจกลางเมือง ยังมีแหล่งอาหารราคานี้อยู่เสมอ เพียงแต่มีน้อย และคุณต้องหาให้เจอ ไปดูวิธีหากันเลย

13. ที่ไหนมี นักศึกษา,คนทำงาน ที่นั่นมีอาหารราคาถูกเสมอ

ฟู๊ดคอร์ทอาหาร

วิธีชั้นยอดในการหาอาหารราคาถูก คือให้ดูว่าแถวนั้นมีมหาลัยไหม มีโรงงาน หรือมีคนทำงานออฟฟิศเยอะไหม ทุกๆ ย่านล้วนมีแหล่งอาหารถูกใกล้ๆ ฟู๊ดคอร์ทของนักศึกษานี่ถือว่าสุดยอดเลย เพราะว่าอาหารราคาจะยังอยู่แค่เพียง 20 – 30 บาทต่อมื้อเท่านั้น จุฬา ธรรมศาสตร์ ศิลปากร หรือม.ไหนๆ ก็มีอาหารราคาถูกทั้งนั้น

ในส่วนของคนทำงานออฟฟิศ ในย่านต่างๆ ไม่ว่าจะสีลม สาธร จตุจักร ทุกๆบริเวณใกล้เคียงจะมีฟู๊ดคอร์ทอาหารราคาประหยัดเช่นกัน

14. ถามแหล่งอาหารราคาถูกจากคนพื้นที่

ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะหาอาหารราคาถูกจากไหน บางครั้งการสอบถามกับคนในพื้นที่ ก็จะได้คำตอบเช่นกัน พยายามคุยกับคนในพื้นที่เยอะๆ พี่รปภ. แม่บ้าน เค้าเหล่านี้มีความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ๆ ดีมากอยู่แล้ว คุณจะได้รับข้อมูลจากพี่ๆเขา มากมายมหาศาล

15. ถามแหล่งอาหารราคาถูกจากพี่แท็กซี่

พี่แทกซี่ใจดี

เช่นเดียวกัน หากคุณต้องเดินทางบ่อยๆ สอบถามข้อมูลจากพี่แท็กซี่เอาไว้ เพราะมีร้านอาหารหลายๆ ร้านเลยที่ทำมาเพื่อคนขับแท็กซี่ ผู้ใช้แรงงาน ที่จะใจดี คิดค่าอาหารราคาถูก และให้ทานได้อิ่มแบบจุใจ นี่คือตัวอย่างร้านที่เราแนะนำ

  • ร้านป๋าแอ๋ว ข้าวแกง 10 บาท แผนที่
  • ข้าวแกงบุฟเฟต์ เจ๊อุไร ราคา 40 บาท แผนที่
  • ร้านข้าวแกง 10 บาท แผนที่
  • ปลาทองหมูกระทะ บุฟเฟต์ข้าวกลางวัน 59 บาท แผนที่

ยังมีร้านอาหารราคาถูกอีกมาก ให้คุณเสาะหา อย่าลืมถามแท็กซี่ทุกครั้ง เมื่อขึ้นไปคุยกับพี่เขา

16. ทำอาหารกินเอง

ทำอาหารกินเอง

แล้วถ้าคุณเป็นคนทำอาหารกินเองจะทำอย่างไรได้บ้าง มีวิธีประหยัดได้มากมายเลย

17. อย่าเพิ่งคิดว่าต้องกักตุนอาหารล่วงหน้า

แม้แต่ในยามจำเป็น ไม่แนะนำให้กักตุนอาหารแบบพร่ำเพรื่อ เพราะบางครั้งเราอาจจะเบื่อได้ มนุษย์ไม่ควรกินไข่อย่างเดียว ตลอด 30 วัน อาหารแช่แข็งเอนกประสงค์ต่างๆ ตลอด 30 วันเช่นกัน ซื้อแค่ที่พอใช้ และคำนวณไว้ล่วงหน้าว่าคุณจะไม่เบื่อมันเสียก่อน

18. ซื้ออาหารสดช่วงค่ำ

ซื้ออาหารสดตอนลดราคา

อาหารสด ที่จริงแล้วก็สามารถเก็บรักษาได้นานเป็นสัปดาห์หากฟรีซเอาไว้ หรือแช่แข็งในอุณหภูมิที่เหมาะสม หากคุณต้องการอาหารสด ไปเลือกซื้อช่วงค่ำก็ได้ เพราะจะเป็นเวลาที่ตลาดลดราคาอาหาร เพื่อเคลียร์สินค้าสู่วันใหม่

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการซื้ออาหารสด 19.00 – 21.00 น

19. รอซื้ออาหารลดราคาช่วงดึก

สำหรับตลาดและห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเกตต่างๆ มักจะมีอาหารประเภทปรุงสุกขายไว้ตลอดทั้งวัน แต่หากขายไม่ออก ช่วงกลางดึกจะเป็นเวลาที่ทางร้านจะลดราคากระหน่ำแบบสุดๆ อาจลดราคามากถึง 50 – 80% เลยทีเดียว แต่คุณต้องมือไว เพราะว่าจะมีคู่แข่งเยอะมาก

เวลาที่ใช้ซื้ออาหารลดราคาช่วงดึก 21:00 – 00.00 น แล้วแต่ร้าน ไปสำรวจตลาดก่อนล่วงหน้าได้หนึ่งวัน

20. จ่ายตลาดด้วยงบจำกัด

จ่ายตลาด

ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจ่ายตลาดเอาไว้ พยายามจดสิ่งที่ต้องการจะซื้อ และเปรียบเทียบราคาจากแต่ละร้านทุกครั้งที่เลือกซื้อสินค้าในตลาด

21. เก็บอาหารที่เหลือมาไว้ปรุงเป็นเมนูใหม่ได้

กินเหลือ ก็อย่าเพิ่งทิ้ง สามารถนำมาอุ่นทานในมือถัดไป หรือหากเบื่อก็เอามาทำเมนูใหม่ได้ เช่น ข้าวแกงเหลือ ก็เอามาอุ่นแล้วห่อไข่เจียว ก็เป็นข้าวแกงหอไข่ ผักจากร้านลูกชิ้นเหลือ เอามาทอดน้ำปลา ใส่กระเทียมก็อร่อยไปอีกแบบ

22. ชงกาแฟ/ น้ำหวานทานเอง

ชงกาแฟทานเอง

เราได้บอกไปแล้วว่าที่จริงตัวการของการเสียเงินค่าอาหารแพง ก็อาจมาจากค่ากาแฟ หรือน้ำหวานนี่เอง แต่หากคุณสามารถชงเองได้ก็จะประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว เรื่องสูตรเมนูต่างๆ สามารถหาได้ไม่ยากจากในยูทูปหรือกูเกิลอยู่แล้ว

23. หาแรงบันดาลใจในการประหยัดอยู่เสมอ

ข้อสุดท้ายแล้ว คุณอาจจะพบว่าการประหยัดเงินค่ากินอยู่คนเดียวมันอาจจะเหงา อาจจะลองหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้จากรายการทีวี หรือยูทูป มีรายการอย่าง กินอยู่อย่างประหยัด 10,000 เยน หรือมีคลิปที่น่าสนใจเช่น

เป็นแรงบันดาลใจให้คุณช่วยประหยัดเงินได้มาก

23 วิธีประหยัดค่าอาหาร ที่ทำได้ ไม่ว่าจะกินนอกบ้าน หรือในบ้าน

เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องประหยัดก็เรื่องใหญ่เช่นกัน หากในช่วงที่คุณต้องการประหยัดเงินแบบสุดๆ ก็อย่าลืมเอาคำแนะนำจาก Gelending ไปใช้ มีหลายวิธีที่สนุกกว่าที่คิด และหลายๆ ที่ก็สร้างความสนุกและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้คุณได้อีกด้วย

ชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน และติดตามบทความใหม่ๆ จากเราได้ที่
Don`t copy text!