8 วิธีรับมือกับวิกฤติทางการเงิน ในกรณีต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน

เหตุฉุกเฉินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครคาดคิด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติโควิด-19 ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี ที่ทำให้ใครหลายคนต้องออกจากงาน รถเสียแบบไม่มีสาเหตุ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นพัง และหลายครั้งเหตุเหล่านี้ก็นำมาสู่การต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน

นี่คือ 8 วิธีที่จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับวิกฤติทางการเงินได้ แม้ในยามที่คุณมีหนี้!

วิธีรับมือกับวิกฤติทางการเงิน

 

1. จัดสรรงบใช้จ่ายใหม่ ในกรณี ต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน

ตั้งงบประมาณ

ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางการเงิน สิ่งแรกที่คุณสามารถทำได้คือการจัดสรรงบใช้จ่ายใหม่ หากเคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องไม่ยากที่จะดูข้อมูลว่าเราใช้จ่ายและมีงบอะไรไม่จำเป็นบ้าง

พยายามตัดเงินในส่วนที่ไม่จำเป็นออก หากมีความจำเป็นต้องซื้อของใช้ ก็ให้เลือกใช้สินค้าที่มีราคาถูกลง หรือราคาประหยัด หากมีการสมัครสมาชิกจ่ายสินค้ารายเดือนต่างๆ อยู่ก็อาจจะยกเลิกไปก่อน แล้วคุณอาจจะได้เงินบางส่วนกลับมาหลังจากการตัดงบต่างๆ ออก ได้มากกว่า 10 – 20% เลยทีเดียว

บทความน่าอ่านต่อ:

2. ขอให้ผู้จ้างงานจ่ายเงินล่วงหน้า

จ่ายเงินล่วงหน้า

ในกรณีที่ยังมีงานทำอยู่ ไม่ว่าจะงานประจำหรือรับจ้างงานอิสระต่างๆ การติดต่อขอความช่วยเหลือกับผู้ว่าจ้างให้จ่ายเงินเดือนล่วงหน้า หรือขอเบิกเงินบางส่วนก่อน เป็นอีกวิธีที่จะทำให้คุณได้เงินมาใช้เพื่อช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

วิธีนี้จะดีกับคนที่ทำงานในบริษัทเล็กๆ ที่มีความคล่องตัว จะสามารถขอยืมเงินมาใช้ก่อนได้ล่วงหน้า หรือหากคุณเป็นคนที่ทำงานในบริษัทมาอย่างยาวนาน 1 ปีขึ้นไป การขอให้ผู้จ้างงานจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าก็เป็นเรื่องไม่ยากนัก ลองติดต่อกับหัวหน้างานและพูดคุยเกี่ยวกับเหตุด่วนที่จำเป็นต้องใช้เงินของคุณ

3. ขายของใช้ส่วนตัว

ขายของสะสม ของเล่น ส่วนตัว ที่ไม่ใช้แล้ว
ของสะสมบางอย่าง ยิ่งนานวันยิ่งแพง และยังช่วยค้ำจุนในเวลาขัดสนได้ด้วย

อาจเป็นเรื่องที่ทำใจยาก แต่ทุกสิ่งไม่ได้อยู่กับเราเสมอไป มีข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่เรามี หรือสะสมมา สามารถแปลงเป็นเงินด่วนฉุกเฉินช่วยเราได้ ในกรณีที่คุณยังอยากได้ของคืน การนำของไปจำนำ เป็นตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณได้เงินกลับมาใช้อย่างรวดเร็ว

หรือในกรณีที่ตัดใจจากสิ่งของได้แล้ว การขายของมือสองในตลาดออนไลน์ ในกรุ๊ป Facebook ต่างๆ จะทำให้คุณได้เงินกลับมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้จริงๆ

4. ขอผ่อนผันการชำระหนี้

ติดต่อขอประนีประนอม ผ่อนผัน

ปัญหาที่คนมักเจอในวิกฤติการเงิน คือการไม่มีเงินจ่ายหนี้ได้ตรงตามเวลา โดนทวงหนี้จากเจ้าหนี้ ซึ่งหากคุณทำการกู้ยืมเงินในระบบปกติ กู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ คุณสามารถติดต่อขอผ่อนผันหนี้ หรือลดดอกเบี้ยกับทางธนาคารโดยตรง นี่คือเรื่องที่หลายคนไม่รู้ และปล่อยให้เป็นปัญหาคาใจ ทำให้เครียด

อย่าลืมว่าการเป็นลูกหนี้ ไม่ได้ต่างจากการเป็นลูกค้าเลย ในกรณีที่คุณลำบากขัดสนจริงๆ เมื่อได้พูดคุยสถานการณ์กับทางเจ้าหนี้ หรือธนาคาร เขาจะเข้ามาช่วยหาทางออกให้กับคุณอย่างแน่นอน

วิธีนี้ใช้ได้กับทุกการผ่อนชำระ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าเน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้ได้หมด

5. หาแหล่งรายได้เสริม

วิกฤติการเงินมักเกิดจากการที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย หากว่าคุณยังพอมีแรง และเวลาเหลือจากการทำงานหลัก การหารายได้เสริมจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหานี้

ยิ่งในปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากขึ้น การหารายได้เสริมก็มีช่องทางที่คุณสามารถทำได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการขับรถส่งคน ส่งของ ผ่าน Grab, Bolt ฯลฯ หางานออนไลน์ทำจากที่บ้านใน Fastwork สอนหนังสือออนไลน์ผ่าน Skillane และอื่นๆ อีกมากมาย

6. ยืมเงินจากครอบครัวหรือเพื่อน

ยืมเงินจากครอบครัว หรือเพื่อน

หนึ่งวิธีที่เราไม่แนะนำเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ คือการขอยืมเงินจากครอบครัว หรือเพื่อนของคุณ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการผิดใจกัน หรืออาจจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ก็แล้วแต่สถานการณ์และความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเพื่อนของคุณ

อย่าลืมทำสัญญาแบบมีลายลักษณ์อักษรกันไว้ และคืนเงินเมื่อสามารถแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินได้สำเร็จ

7. มองหาแคมเปญช่วยเหลือจากภาครัฐ

ยังมีทางออกจากภาครัฐที่ช่วยเหลือคุณได้ โดยธนาคารออมสิน ได้ออกแบบสินเชื่อต่างๆ มาเพื่อให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤติ โดยเฉพาะ โควิด-19 ก็มีสินเชื่อวงเงินสูงถึง 50,000 บาทให้คุณสามารถทำเรื่องขอสินเชื่อได้ ซึ่งจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ และมีระยะเวลาพักชำระหนี้ที่นานกว่าปกติ

8. ขอสินเชื่อจากธนาคาร

ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสุดท้ายคือการขอสินเชื่อจากธนาคาร ในกรณีต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน คุณสามารถสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารต่างๆได้ ซึ่งในปัจจุบันการยื่นขอสินเชื่อ ไม่ได้ยากเหมือนในอดีต และการอนุมัติเงินก็ค่อนข้างเร็วขึ้น

อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจากทางธนาคารจะถูกควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้อยู่ในอัตราที่ไม่สูงเท่าการกู้เงินนอกระบบ มีตั้งแต่ 18% – 33% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการผ่อนชำระ และวงเงิน

รับมือกับวิกฤติทางการเงิน ในกรณี ต้องการเงินด่วนฉุกเฉิน

แน่นอนว่าเหตุฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องหาวิธีจัดการอย่างใจเย็น 8 วิธีข้างต้นเป็นคำแนะนำในการหาทางรับมือกับวิกฤติ ในระยะสั้นคุณอาจใช้วิธีการขอผ่อนผันการชำระหนี้ ขายของใช้ส่วนตัว เบิกเงินเดือนล่วงหน้า หรือขอสินเชื่อจากธนาคาร

ส่วนระยะยาว เราแนะนำให้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย หรือหารายได้เสริม ก็จะเป็นทางออกทางการเงินที่ยั่งยืน

ชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน และติดตามบทความใหม่ๆ จากเราได้ที่
Don`t copy text!